เนเธอร์แลนด์

ประเทศเนเธอร์แลนด์เริ่มดำเนินการเรียกเก็บภาษีคาร์บอนเมื่อปี ค..1990 แต่ได้มีการปรับปรุงระบบภาษีเสียใหม่ในปี ค..1992 โดยกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากเชื้อเพลิง (environmental fuel tax) จากฐาน Energy Content และ Carbon Content อย่างละ 50% ซึ่งกำหนดเรียกเก็บจากเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลทุกประเภท

 

นอกจากนี้ในปี ค..1996 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยังได้มีการประกาศเรียกเก็บภาษี Regulatory Energy Tax เพิ่มเติมขึ้นจากแหล่งพลังงานเฉพาะอย่าง ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ LPG น้ำมันเตา และ ไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟรายย่อย โดยกำหนดให้คำนวณฐานภาษีจากสัดส่วน Energy และ Carbon Content ของเชื้อเพลิงเช่นกัน เหตุผลที่รัฐบาลใช้ในการอธิบายการเน้นน้ำหนักการเก็บ Regulatory Tax จากผู้ใช้รายย่อย เนื่องจากรัฐบาลเชื่อว่ามีมาตรการอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้รายใหญ่ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอยู่แล้วรวมทั้งเหตุผลว่า การเก็บภาษีเพื่อจากผู้ใช้พลังงานภาคอุตสาหกรรมจะเป็นการลดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศที่ไม่มีมาตรการดังกล่าว ลักษณะที่สำคัญอีกประการของ Regulatory Tax ก็คือการกำหนดให้มีการนำรายรับจากภาษีชนิดนี้หมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

 

ณ วันที่ 1 มกราคม 1998 อัตราภาษี Environmental Fuel Tax สำหรับส่วนของ Carbon Content และ Energy Content ได้ถูกกำหนดไว้ที่ 5.16 Dfl ต่อตัน CO2 และ 0.3906 Dfl ต่อกิกะจูล ตามลำดับขณะที่อัตราภาษีสำหรับ Regulatory Tax จะอยู่ที่ 27 Dfl ต่อตัน CO2 และ 1.506 Dfl ต่อกิกะจูล ซึ่งจะเห็นว่าอัตราภาษีในส่วนของ Regulatory Tax จะมีค่าสูงกว่าพอสมควร แสดงให้เห็นถึงแนวนโยบายที่เน้นความสำคัญของการปกป้องภาคอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน ตารางที่ 2.2 แสดงอัตราภาษีที่เรียกเก็บจริงจากเชื้อเพลิงพลังงานประเภทต่างๆ ณ วันที่ 1 มกราคม ค.. 1996

Visitors: 50,445